Health Lover Rotating Header Image

ใบบัวบก

ความรู้ เกี่ยวกับเริม

เมื่อร่างกายเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ มีความร้อนสูงอยู่ภายในและภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง มักเกิดขึ้นเมื่อเกิดภาวะเครียดหรือพักผ่อนน้อยเป็นระยะเวลานาน เป็นสัญญาณเตือนของร่างกายให้เราลดภาระงานลงก่อน พักผ่อนดูแลร่างกายให้มากขึ้น

เริม

ภาพประกอบ pic.cm

เริมเกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคเริม เป็นโรคติดเชื้อที่บริเวณผิวหนังและเยื่อบุบริเวณปากและอวัยวะเพศ เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า เฮอร์ปีซิมเพลกซ์ (Herpes simplex virus) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ

1.เฮอร์ปีซิมเพลกซ์ 1 Herpes simplex virus 1 (HSV-1) ถ้าติดเชื้อนี้แล้วมักจะเกิดอาการโรคบริเวณปากและผิวหนังเหนือสะดือขึ้นไป เกิดที่ปากเรียก Herpes labialis โรคนี้ไม่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์

2.เฮอร์ปีซิมเพลกซ์ 2 Herpes simplex virus 2 (HSV-2)  มักเกิดบริเวณอวัยวะเพศและติดต่อโดยเพศสัมพันธ์เรียก Herpes genitalis

ซึ่งทุกๆคนจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้ได้ทั้งนั้น เพราะเชื้อไวรัสเริมติดต่อทางการสัมผัสโดยตรงกับผู้ได้รับเชื้อที่มีแผลถลอกอยู่ โดยเจ้าเชื้อนี้สามารถเคลื่อนผ่านรอยแตกเล็กๆ บริเวณผิวหนัง หรือเยื่อบุผิวที่ชุ่มชื้นบริเวณริมฝีปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก ทำให้เชื้อเริมเข้าไปได้

การรักษา

โดยทั่วไปแล้ว โรคเริมจะสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา การใช้ยาต้านไวรัสไม่ได้ช่วยให้หายขาด เพียงแต่ช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดความถี่และลดระยะเวลาที่เป็นช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เว้นเสียแต่ในรายที่เพิ่งเริ่มแสดงอาการ หรือมีภูมิต้านทานบกพร่อง หรือไม่มีแนวโน้มที่แผลจะหายได้เอง จึงควรที่จะได้รับยาต้านไวรัสที่จำเพาะกับโรค ร่วมไปกับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่อาจติดตามตุ่มน้ำที่แตกออกมา

1. ยาทาที่นิยมใช้ ได้แก่ Acyclovir จะได้ผลในด้านลดอาการปวด ทำให้ผื่นแห้งเร็วขึ้น ยาทาซึ่งมีส่วนผสมของ steroid ไม่ควรใช้เพราะแผลจะหายช้า

2. ยาชนิดรับประทาน ได้แก่ Acyclovir, Valacyclovir, Famciclovir นิยมใช้ในกรณีสำหรับผู้ที่มักจะกลับเป็นซ้ำได้บ่อย

นอกจากนี้ การรับประทานสมุนไพรฤทธิ์เย็น ก็สามารถรักษาโรคเริม ได้แก่ ใบบัวบก ฟ้าทะลายโจร ย่านาง บอระเพ็ด หรือการทาน้ำมะพร้าวบริเวณที่เป็น จะช่วยบรรเทาอาการลงได้ และที่สำคัญนำความร้อนและของเสียออกจากร่างกายได้ง่ายๆ ด้วยการดื่มน้ำเปล่า ให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร