ความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นโรคที่คนปัจจุบันเป็นกันมาก และคนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่รู้ตัวว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง แต่ถ้าหากปล่อยให้เป็น โรคความดันโลหิตสูง ไปนานๆก็อาจจะนำมาซึ่งโรคร้ายอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย โดยปกติแล้วเราทุกคนจะมีความดันโลหิต ที่จะคอยผลักดันเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอัตราปกติหัวใจของคนเราจะเต้นอยู่ประมาณ 60-80 ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัวและลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ซึ่ง โดยปกติคนจะมีระดับความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท ถ้าหากเรามีความดันโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง แต่ความดันโลหิตของคนเราจะไม่เท่ากันตลอดเวลา เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อม ท่าทาง อากัปกิริยา เช่น หากวัดความดันโลหิตในท่านอน จะมีค่าสูงกว่าท่ายืน  รวมทั้งช่วงเวลาระหว่างวัน จิตใจ อารมณ์ ความเครียด…

หยุดป่วยด้วยการบริหารสติ

รู้หรือไม่ว่าอารมณ์มีผลต่อสุขภาพของเราโดยตรง อารมณ์โกรธ  ทำให้เกิดอาการปวดศรีษะ และโรคความดันโลหิตสูง ความกลัว ทำให้ร่างกายอ่อนแอ จนทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ความวิตกกังวล ทำให้เกิดความเครียด นอนไม่หลับ และมีอาการปวดตึงบริเวณบ่า มีกรดในกระเพาะอาหาร และเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือการมีสติ และพยายามหลีกเลี่ยงอารมณ์ในทางลบเหล่านี้ – ควรจดบันทึกทันที ที่เกิดความรู้สึกทางด้านลบ ในขณะเดียวกันก็ควรบันทึกความรู้สึกในด้านบวกเพื่อให้กำลังใจตัวเอง และเป็นการฝึกมองโลกในแง่ดี เช่นเมื่อทำของหายเราจะรู้สึกโกรธตัวเอง ถ้าคิดในด้านบวก อาจจะมีคนเก็บได้แล้วนำมาส่งคืน – ฝึกรับรู้อารมณ์ในด้านบวก ทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกดีๆ ในใจ ให้บอกกับตัวเองว่า “เราโชคดี” เช่น วันนี้เราโชคดีที่ได้ทานอาหารมื้อเช้าแสนอร่อย จะช่วยทำให้เกิดอารมณ์ในด้านบวกมากขึ้น – นั่งสมาธิก่อนนอน อย่างน้อย 30 นาที จะช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย และมีสติควบคุมตัวเองมากขึ้น…