Health Lover Rotating Header Image

รักษานิ้วล็อก

นิ้วล็อค (Trigger finger)


นิ้วล็อค คือ อาการที่งอข้อนิ้วมือแล้วเหยียดขึ้นเองไม่ได้เหมือนถูกล็อคไว้  เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทั่วไปที่ต้องใช้มือในการจับสิ่งของ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องและบ่อยๆ โรคนี้ไม่มีอันตรายใดๆ   เพียงแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด และใช้มือได้ไม่ถนัด แต่เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้

สาเหตุของการเกิดนิ้วล็อค
เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการงอข้อนิ้วมือ ซึ่งจะอยู่ตรงบริเวณโคนนิ้วมือ ทำให้เส้นเอ็นเกิดการหนาตัวขึ้น และติดขัดในการเคลื่อนไหวขณะเหยียดนิ้วมือ เมื่อมีการอักเสบรุนแรงมากขึ้นจะเกิดปุ่มตรงเส้นเอ็น เวลางอนิ้วมือปุ่มจะอยู่นอกปลอกหุ้ม แต่ไม่สามารถเคลื่อนเข้าปลอกหุ้ม เวลาเหยียดนิ้วมือกลับคืน  ทำให้เกิดอาการ นิ้วล็อค อยู่ในท่างอ ต้องออกแรงช่วยในการเหยียดนิ้ว จึงจะสามารถฝืนให้ปุ่มเคลื่อนที่ผ่านปลอกหุ้มเข้าไปได้ดังเดิม

ส่วนการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นนิ้วมือนั้น มักเกิดจากแรงกดหรือเสียดสีของเส้นเอ็นอย่างซ้ำซาก หรือใช้งานฝ่ามือมากเกินไป เช่น การใช้มือหยิบจับอุปกรณ์ในการทำทำสวน ทำงานบ้าน เล่นดนตรี เล่นกีฬา การขุดดิน เป็นต้น โรคนี้จึงพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นประจำ บางคนมีอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ พนักงานบัญชี หรือ เลขานุการที่พิมพ์ดีดบ่อยๆ นักดนตรีที่เล่นไวโอลิน นอกเหนือไปจากนั้นก็ได้แก่ หนุ่มๆ นักกอล์ฟ กลุ่มสาวๆ พนักงานนวด (แผนไทย)  กล่มคนที่ทำงานตามโรงงาน ที่ต้องใช้มือหยิบจับสิ่งของต่างๆ ซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ พ่อครัวที่ต้องสับเนื้อหั่นผักตลอดเวลา แม้กระทั่งแม่บ้านที่ทำงานซักผ้า ถูบ้านต้องออกแรงบิดผ้าเสมอๆ นอกจากนี้ยังพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อรูมาตอยด์  เบาหวาน ภาวะขาดไทรอยด์

อาการของการเกิดนิ้วล็อค
ในระยะเริ่มแรกมักจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ กำมือไม่ถนัดโดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน พอใช้มือไปสักพักหนึ่งก็จะสามารถกำมือได้ดีขึ้น บางคนจะสังเกตว่าเวลางอแล้วเหยียดนิ้วมือจะได้ยินเสียงดังกิ๊ก ต่อมาจะมีอาการของนิ้วล็อก ซึ่งเวลางอนิ้วมือแล้วเหยียดขึ้นเองไม่ได้ มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน นิ้วที่เป็นบ่อยได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลาง และนิ้วนาง อาจเป็นเพียงนิ้วเดียว หรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้ และอาจเป็นที่มือข้างเดียวหรือทั้ง ๒ ข้างก็ได้ อาการมักจะเป็นมากตอนเช้า

การดูแลตนเองหากพบว่าเกิดอาการนิ้วล็อค
หากพบว่ามีอาการเจ็บตรงโคนนิ้วมือ เวลางอนิ้วมือแล้ว เหยียดนิ้วมีเสียงดังกิ๊ก หรือเวลางอนิ้วมือแล้วเหยียดขึ้น เองไม่ได้ ควรจะไปพบแพทย์เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด เมื่อพบว่าเป็นโรคนิ้วล็อก ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างจริงจัง และควรปฏิบัติดังนี้
- ไม่ขยับนิ้วหรือดีดนิ้วที่เป็นนิ้วล็อกเล่น  อาจทำให้เส้นเอ็นอักเสบมากขึ้นได้
- ควรแช่น้ำอุ่นจัดๆ และบริหารโดยการขยับมือกำแบเบาๆ ในน้ำ เมื่อพบว่ามีอาการข้อฝืด กำไม่ถนัดตอนเช้า  วิธีนี้จะช่วยทำให้นิ้วมือเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น
- เมื่อต้องกำหรือจับสิ่งของแน่นๆ เช่น ไม้กอล์ฟ  ตะหลิวผัดกับข้าว ควรใช้ผ้าหรือฟองน้ำพันรอบๆ หรือใช้ถุงมือจับจะช่วยลดแรงกดหรือเสียดสีลง

วิธีการรักษานิ้วล็อค
ในเบื้องต้นอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น หลีกเลี่ยงการใช้งานซ้ำๆ ของมือ หรืออาจต้องใส่ splint จัดให้ข้อ ให้อยู่ในท่างอ 15 องศา ให้ข้อนิ้วส่วนต้น และส่วนปลายขยับได้ตามปกติ จะสามารถช่วยลดอาการได้หากเป็นมาน้อยกว่า 6 เดือน

ในกรณีที่ไปพบแพทย์ แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของโรค ในระยะแรก อาจให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์  เพื่อบรรเทาปวดและลดการอักเสบ การทำกายภาพ- บำบัด หรือฉีดยาสตีรอยด์เข้าไปที่เส้นเอ็นที่อักเสบ ซึ่งจะได้ผลดีเมื่อให้การรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการใหม่ๆ ถ้าไม่ได้ผล อาจต้องรักษาด้วยการใช้เครื่องมือสะกิดส่วนของพังผืดที่หนาตัวออกไป (โดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัด จะมีแผลเป็นรูเล็กๆ ตรงตำแหน่งที่เจาะ) ถ้ายังไม่ได้ผลอาจต้องทำการผ่าตัดแก้ไข

วิธีป้องกันการเกิดนิ้วล็อค
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้มือทำงานที่มีลักษณะทำให้เกิดแรงกดหรือเสียดสีกับเส้นเอ็นแบบซ้ำซาก
- ควรใช้รถเข็นลาก  หรือใส่ถุงมือ หากต้องหิ้วของหนักๆ เช่น ถุงหนักๆ  ถังแก๊ส  ถังน้ำ  กระเป๋า
- เปลี่ยนจากการซักผ้า บิดผ้าด้วยมือ มาเป็นใช้เครื่องซักผ้าแทน
- เวลากำหรือจับอุปกรณ์ต่างๆ ควรใส่ถุงมือลดแรงกดหรือเสียดสี เช่น ใส่ถุงมือเวลาจับไม้ตีกอล์ฟ  กรรไกรตัดกิ่งไม้ มีดตัดต้นไม่หรือดายหญ้า