Health Lover Rotating Header Image

ฟอสฟอรัส

กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลี เป็นผักที่มีคุณค่าทางสารอาหารอยู่มากไม่แพ้ผักชนิดอื่น นอกจากนี้ยังหารับประทานได้ง่าย และราคาถูก  ซึ่งล่าสุดมีผลวิจัยว่าในกะหล่ำปลีนี้มีสารช่วยลดความอ้วน  ทำให้มีทางเลือกแบบธรรมชาติอีกทางในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อหุ่นสวย โดยไม่ต้องเสี่ยงใช้ยาลดความอ้วนเพราะอาจทำให้เสียชีวิตเหมือนที่ตกเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง

กะหล่ำปลี

ภาพประกอบ n3k.in.th

กะหล่ำปลีนั้นจัดอยู่ในอาหารประเภทผักที่ให้ประโยชน์กับร่างกายเพราะมีวิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง ซึ่งดีต่อรางกายในการเสริมสร้างกระดูก ช่วยย่อยอาหารและล้างพิษ ทำให้นอนหลับสบาย รักษาแผลในกระเพาะอาหารและบรรเทาอาการปวดตึงคัดเต้านมอีกด้วย  นอกจากนี้แล้วในกะหล่ำปลียังพบกรดทาร์ทาริก ซึ่งจะช่วยยับยั้งขัดขวางไม่ให้น้ำตาลและแป้ง กลายไปเป็นไขมันได้

จะเห็นได้ว่ากะหล่ำปลีนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่จากผลการศึกษาก็ไม่ได้ระบุว่าต้องรับประทานจำนวนมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเราควรรับประทานในปริมาณที่พอดี ไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก ๆ หรือซ้ำซากจำเจ เพราะการรับประทานกะหล่ำปลีมากเกินไปอาจทำให้มีปัญหาเรื่องต่อมไทรอยด์ได้  เพราะในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goibrogen) ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีนไปสร้างเป็น ฮอร์โมนไทรอกซิน (Thyroscine) ได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ โดยการต้ม จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุกจะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ  และที่สำคัญเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากะหล่ำปลีเป็น ผักมีสารปนเปื้อนมากเพราะใช้ยาฆ่าแมลงสูง แต่ก็มีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพและร่างกาย ดังนั้นก่อนรับประทานเราจึงควรนำมาล้างให้สะอาดอย่างถูกวิธี  โดยการแกะกลีบออกมาล้างน้ำหรือน้ำเกลือหรือน้ำยาล้างผักทีละกลีบ รวมทั้ง รับประทานดิบและสุกสลับกันไป เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเราเอง

โยเกิร์ต (Yoghurt)

โยเกิร์ต (Yoghurt) คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนมที่หมักโดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี ที่จัดอยู่ในจำพวก โพรไบโอติก” ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลนม(แลคโตส) เป็นกรดแลคติก นมจึงเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งเหลวกึ่งข้น มีรสเปรี้ยวคล้ายนมบูด  เมื่อเรากินเข้าไปแบคทีเรียเหล่านี้ก็จะไปสร้างความสมดุลให้จุลินทรีย์ในลำไส้ จะส่งผลให้ระบบขับถ่ายและสุขภาพโดยรวมของเราจะดีขึ้น

โยเกิร์ต

ภาพประกอบจาก ladyinter.com

โดยปกติแล้วระบบลำไส้ของคนเราจะมีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดดี และชนิดไม่ดี หากในลำไส้มีจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีเยอะ ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายจะมีปัญหา เช่น ท้องเสีย ท้องผูก อาหารไม่ย่อย แต่ถ้าเรามีจุลินทรีย์ชนิดดีอยู่ มันจะยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีและเพิ่มภูมิต้านทานให้ระบบย่อย ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดดีสามารถย่อยน้ำตาลในนมได้  ซึ่งถ้าหากเรามีปัญหาดื่มนมแล้วท้องเสีย สามารถกินโยเกิร์ตแทนได้  เพราะน้ำตาลแลคโตสในนมถูกเชื้อแลคโตบาซิลัสเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่า จุลินทรีย์ชนิดดีป้องกันการติดเชื้อ คนที่ถ่ายท้องจึงกินโยเกิร์ตเพื่อช่วยลดอาการท้องเดินได้

นอกจากนี้แล้ว โยเกิร์ตยังมีประโยชน์อีกมากมายที่เราอาจไม่เคยรู้ ดังนี้

  • ไขมัน “คอนจูเกตเต็ดไลโนเลอิก” ในโยเกิร์ตสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้
  • ในโยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย เป็นแหล่งรวมของสารอาหารถึง 11 ชนิด ได้แก่ ไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 โปรตีน วิตามินบี 12 ทริปโทฟาน โพแทสเซียม โมลิปเดนัม สังกะสี และวิตามินบี 5 ซึ่งคนที่กินโยเกิร์ตเป็นประจำมักจะอายุยืนและสุขภาพแข็งแรง
  • ถึงแม้ว่าโยเกิร์ตจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม แต่โยเกิร์ตให้โปรตีนและแคลเซียมสูงกว่านมธรรมดา เพราะลำไส้ของเราย่อยนมไม่ได้ แต่ในโยเกิร์ตมีกรดแลกติกที่จะช่วยย่อยแคลเซียมให้เล็กลง ทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้
  • แลคโตบาสิลัสในโยเกิร์ตเป็นจุลินทรีย์ ชนิดดีที่สามารถหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อ “เฮลิโคแบคเตอร์ เอชไพโลไร” ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ ลดการอักเสบของลำไส้และไขข้อได้อีกด้วย
  • ในโยเกิร์ตมีแคลเซียมที่สูงมากซึ่งจะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ความดันสูง มะเร็งลำไส้ และยังกระตุ้นระบบเผาผลาญทำให้เราผอมเองโดยไม่ต้องเหนื่อย
  • เป็นการเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย เพราะแบคทีเรียในโยเกิร์ตทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินเคและบีในลำไส้ได้ดีขึ้น

หอมหัวใหญ่ เครื่องเทศสารพัดประโยชน์

หอมหัวใหญ่

ภาพประกอบจาก thaiza.com

หอมหัวใหญ่ กลิ่นหอมฉุน พืชผักที่เราพบเห็นได้ทั่วไป มีคุณประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้ามมากมาย ทั้งคุณค่าทางสารอาหาร ที่มีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญทั้ง วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1และ บี 2 อีกทั้งยังมีเหล็ก ฟอสฟอรัส สังกะสี การรับประทานหอมหัวใหญ่ จะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เพราะหอมหัวใหญ่จะไปช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย ขับปัสสาวะ เพราะหอมหัวใหญ่จะไปช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ขับปัสสาวะ ขับของเสียในร่างกาย ที่สำคัญทำให้นอนหลับสบาย ต้านโรคหวัด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากสารฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ จะไปขัดขวางไม่ให้ไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือด

รู้แบบนี้แล้ว ใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ เป็นหวัดบ่อย ลองหาโอกาสรับประทานหอมหัวใหญ่ดูนะคะ เื่พื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง