Health Lover Rotating Header Image

ปวดฟัน

นอนกัดฟัน

หากตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกปวดกล้ามเนื้อขากรรไกร หรือมีอาการปวดหัว คุณอาจกำลังประสบปัญหาจากโรคนอนกัดฟัน นอนกัดฟันเป็นความผิดปกติของคนเรา ซึ่งเป็นอาการขบกัดฟัน ในระหว่างนอนหลับ การนอนกัดฟันนี้ทำให้มีอาการปวดฟันหรือฟันโยก ในบางครั้งอาจทำให้ฟันสึก จนในที่สุด อาการนี้สามารถทำลายกระดูกรอบฟันและเนื้อเยื่อของเหงือกได้ นอกจากนี้ยังส่งผลถึงบริเวณข้อต่อของขากรรไกร เช่น กลุ่มอาการของโรคขากรรไกรอักเสบ

นอนกัดฟัน

ภาพประกอบจาก orthoapnea.com

คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนอนกัดฟัน แต่จะทราบได้จากผู้อื่นว่าตนเองได้สร้างเสียงกัดฟันอันน่าสะพรึงกลัวให้กับคนรอบข้าง และบางคนจะรับการตรวจฟันเป็นประจำเมื่อพบว่าฟันของเขาสึกหรือสารเคลือบฟันถูกทำลายไป ส่วนสัญญาณอื่นๆ ของโรคนอนกัดฟัน อาจรวมไปถึงอาการปวดที่ใบหน้า ศีรษะ และต้นคอ ซึ่งทันตแพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำและจะชี้ชัดได้ว่าสาเหตุของอาการปวด ใบหน้าว่าเป็นผลมาจากโรคนอนกัดฟันหรือไม่

เนื่องจากไม่สามารถทราบสาเหตุของการนอนกัดฟันของแต่ละคนได้ การรักษาเพื่อหยุดการนอนกัดฟัน จึงยังไม่ได้ผลเต็มร้อย ซึ่งตัวกระตุ้นที่ทำให้นอนกัดฟัน เช่น ความเครียด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และยาที่ใช้รักษาโรคบางตัว เป็นต้น การนอนกัดฟันอาจพบร่วมกับความผิดปกติของการนอนอื่นๆ ได้แก่ การนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

ดังนั้นวิธีการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคนี้ โดยทันตแพทย์จะระบุสาเหตุที่อาจจะเป็นไปได้ของโรคนอนกัดฟันจากการซักถามโดย ละเอียดและตรวจสภาพฟันของคุณ เมื่อพิจารณาความเสียหายของฟันและสาเหตุที่อาจเป็นไปได้แล้ว บางทีอาจจะแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ระหว่างนอนหลับ โดยอุปกรณ์ชนิดนี้ทำขึ้นโดยทันตแพทย์ให้พอดีกับฟันของคุณสำหรับใส่ครอบฟันบน และป้องกันไม่ให้กระทบกับฟันล่าง อุปกรณ์นี้อาจจะเป็นวิธีที่ดีในการจัดการกับโรคนอนกัดฟัน แต่นั่นเป็นเพียงวิธีการป้องกันไม่ให้ฟันเสียหาย  หากต้องการที่จะรักษาควรหาเวลาพักผ่อนให้มาก เพราะความเครียดในชีวิตประจำวันอาจเป็นสาเหตุหลักของโรคนอนกัดฟัน การได้ฟังเพลง อ่านหนังสือ เดินเล่น หรืออาบน้ำอาจช่วยบรรเทาความเครียดได้

6 อาการผิดปกติธรรมดา ที่น่ากลัว

1. อาการนอนไม่หลับ

ความผิดปกติที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ การนอนไม่หลับแค่หนึ่งคืน อาจส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได้ หากมีอาการนอนไม่หลับมารบกวนอยู่บ่อยครั้ง ควรรีบไปพบแพทย์ หากปล่อยทิ้งเอาไว้อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจในที่สุด

2. อาการท้องผูก

อาการท้องผูกคือภายในหนึ่งสัปดาห์มีการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้ง เนื่องจากเกิดความผิดปกติบางอย่างไปขัดขวางการทำงานของลำไส้ ทำให้อาหารผ่านลำไส้ได้ช้าลง หากมีอาการท้องผูก เรื้อรังมากกว่า 3 สัปดาห์ควรรีบไปพบแพทย์
เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคริดสีดวงทวารหนักและโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

3. อาการปวดหัว

หากมีอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ คลื่นไส้อาเจียน ร่วมด้วย ติดต่อกันนาน 2-3 วัน ให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนว่าไม่ใช่แค่อาการปวดหัวธรรมดา แต่มีอะไรที่มากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดหัวเพิ่มมากขึ้น มีอาการแขนขาอ่อนแรง
พูดไม่ชัด ตาพล่ามัว และมีอาการปวดต่อเนื่องนานกว่า 2-4 ชั่วโมง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ทราบว่า ระบบประสาทส่วนกลางมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

4. อาการปวดฟัน

อาการปวดฟันหลังจากการถอนฟัน และมีอาการปวดกราม ปวดหน้า ร่วมด้วยนานเกินกว่า 7 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าเส้นประสาทบริเวณใบหน้า มีการกดทับกันอยู่ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที อาจรุนแรงจนถึงขั้นตาบอดได้

5.อาการท้องเสีย

อาการท้องเสียติดต่อกันนานหลายวัน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่เตือนให้ต้องระวังว่าอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย
มีความเป็นไปได้ว่ามีการติดเชื้อปรสิตในลำไส้ เป็นโรคโครนส์(Crohn’s Disease) หรือเกิดอาการลำไส้อุดตันบางส่วน
ถุงน้ำดีมีปัญหา ตับอ่อนมีปัญหา ดังนั้นเมื่อมีอาการท้องเสียติดต่อกันนานเกิน 3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์
และหลีกเลี่ยงการซื้อยาฆ่าเชื้อมาทานเอง เนื่องจากตัวยาบางชนิดอาจไปทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ทำให้อาการยิ่งแย่ลงกว่าเดิม จนลำไส้เกิดการอักเสบได้

6. อาการกรดไหลย้อน

อาการแสบร้อนกลางอก โรคหวัด หรือฟันผุ สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน
หากมีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไปจนล้นขึ้นมาถึงบริเวณหลอดอาหาร อาจส่งผลต่อกล่องเสียง ลำคอ และปอดได้
หากละเลยไม่ไปพบแพทย์ จนเกิดอาการเรื้อรัง และเชื้อโรคกระจายไปส่วนต่างๆ ของร่างกาย อาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้ในที่สุด