เคล็ดลับสุขภาพดี ด้วย 7 วิธีง่ายๆ

1. สำรองผลไม้ในตู้เย็น ผักผลไม้นอกจากจะมีประโยชน์มากสำหรับคนที่กำลังไดเอทแล้ว การรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วยนะ 2. ดื่มน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ 3. เท้าเปล่าคลายเครียด การเดินเท้าเปล่าไปบนทรายหรือหญ้านุ่มๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เพราะเนื่องจากการเดินเท้าเปล่าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด 4. รับแสงแดดอ่อน ๆยามเช้า มีข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่าผู้หญิงที่ไม่ค่อยโดนแดดมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่มีแดด เนื่องจากแสงแดดช่วยสังเคราะห์วิตามินดีให้แก่ร่างกายของเรา แต่การโดนแดดจัดในช่วงบ่าย ๆ ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ดังนั้นควรรับแดดอ่อน ๆ ในช่วงเย็นจะดีกว่า 5. รับประทานโฮลวีต สำหรับมื้อว่างยามบ่ายแทนที่จะไปคว้าเค้กช็อกโกแลตหรือขนมคบเคี้ยวต่างๆซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยแคลอรี่ ควรเปลี่ยนมาทานขนมปังโฮลวีตหรือธัญพืชจะดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยรู้สึกมีกำลังวังชาแล้วยังไม่อ้วนอีกด้วยล่ะ 6. เดินไวช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายแต่ยังห่วงใยสุขภาพของตัวเองอยู่ การเดินให้ไวขึ้นอีกนิด โดยอาจใช้เวลาเดินในช่วงเช้าหรือหลังเลิกงาน เดินไปที่ป้ายรถเมล์สักสามสี่ป้ายหรือเดินขึ้นลงบันไดให้ได้วันละ 20…

ท้องผูก (Constipation)

ผู้ที่มีอาการท้องผูกมักจะมีความรู้สึกไม่สบายท้อง ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยด้วย ซึ่งเวลาเข้าห้องน้ำต้องออกแรงเบ่งมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติของระบบขับถ่าย เป็นริดสีดวงทวาร หรือแม้กระทั่งไส้ติ่งอักเสบ ที่สำคัญ อาการท้องผูกมักเป็นอาการหนึ่งเมื่อระบบลำไส้ใหญ่มีความผิดปกติ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงลำไส้ เป็นต้น ท้องผูก (Constipation) คือ อาการถ่ายอุจจาระลำบาก ซึ่งส่วนใหญ่มักร่วมด้วยการมีอุจจาระแข็ง ซึ่งในตอนที่กากอาหารเคลื่อนมาถึงลำไส้ใหญ่ใหม่ๆนั้นจะยังค่อนข้างเหลวและมีน้ำอยู่มาก สำไส้ใหญ่จะดูดน้ำและสารบางอย่างกลับเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้อุจจาระแห้งขึ้นและเป็นรูปร่างหรือเป็นก้อนมากขึ้น ถ้าอุจจาระค้างอยู่ในลำไส้นานๆ หรือในกรณีที่ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ น้ำในลำไส้ใหญ่จะถูกดูดกลับมากขึ้น ทำให้อุจจาระแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งอาการท้องผูกอาจเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ  ส่วนใหญ่มาจากการมีพฤติกรรมการกิน การขับถ่ายและการใช้ชีวิตประจำวันผิดๆ ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีดังนี้ ดื่มน้ำมาก  กินผักผลไม้ทั้งสดและแห้ง หรืออาหารที่มีกากใยมาก ๆ รวมทั้งข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ถั่ว ฟักทอง ข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มเส้นใยช่วยการขับถ่ายได้ดี เวลากินอาหารควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด หรือกินมะละกอสุกก่อนอาหาร…

น้ำกับชีวิต…

“ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%” คงเป็นประโยคที่เราทุกคนเคยได้ยินกันบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เรารู้ว่าน้ำมีความสำคัญต่อชีวิตของเราเป็นอย่างมาก ปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญ  เพราะน้ำในร่างกายเรานั้นมีหน้าที่มากมาย ทั้งช่วยย่อยอาหาร ละลายสารอาหารและออกซิเจน เพื่อขนส่งให้เซลล์ต่าง ๆ นับล้าน ๆ เซลล์ทั่วร่างกาย ช่วยให้หัวใจทำงานได้ปกติ ใบหน้าชุ่มชื้นดูมีเลือดฝาด ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกาย ละลายสารพิษเพื่อขับออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณสดใสไม่แห้งกร้าน ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้สะดวก เนื่องจากในแต่ละวันร่างกายของเราจะสูญเสียน้ำประมาณ 2,500 มิลลิลิตรต่อวัน ดังนั้นเราจึงต้องดื่มน้ำสะอาดบริสุทธิ์เข้าไปชดเชยประมาณ 1,500-2,000 มิลลิลิตร แต่ไม่ควรดื่มน้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ  แทนน้ำเปล่าเพราะไตต้องทำงานหนักในการคัดสารปรุงแต่งที่ไม่มีประโยชน์ทิ้ง แถมคาเฟอีนในเครื่องดื่มยังกระตุ้นให้ร่างกายขับน้ำออก ซึ่งจะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนวิธีที่ถูกต้องในการดื่มน้ำ คือค่อยๆ จิบไปตลอดทั้งวัน การดื่มรวดเดียวทีละมากๆ ก็เหมือนกับการเทน้ำทิ้งลงท่อเพราะร่างกายยังไม่ทันดูดซึมก็ถูกกำจัดทิ้งไปพร้อมปัสสาวะแล้ว ถ้าหากในแต่ละวันเราดื่มน้ำน้อยเกินไป ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ…

6 พฤติกรรมอันตราย ทำแบบนี้ อายุสั้นแน่ๆ

นอนดึก เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง การทำงานดึกทำให้ร่างกายอ่อนล้า พักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบต่างๆ ของร่างกายจะรวน อย่างเช่น ระบบการย่อยอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อง่าย อาหารย่อยไม่ดี ที่สำคัญ Growth Hormone จะดูแลร่างกายตอนหัวค่ำ ถ้าคุณนอนดึกร่างกายก็จะเสื่อมโทรมเหมือนรถผุๆ กินดึก การรับประทานอาหารในแต่ละวัน ควรให้พอเหมาะกับที่ร่างกายคุณต้องการ เช่น ขยับตัวน้อยก็กินน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าคุณคิดว่ากินยังไมยังไม่ครบตามที่ร่างกายต้องการแล้วจะมากินตอนดึก คุณจะอายุสั้นเร็วขึ้นแน่ๆ และก่อนอายุสั้นคุณก็จะลงพุง เพราะตอนดึกร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานเลย หักโหม ทำงานไม่มีเวลาหยุด ทำงานจนลืมป่วย (ป่วยไม่ได้ เพราะไม่มีใครดูแลต่อได้) ในที่สุดคุณก็จะป่วยจริง ที่สำคัญงานที่ได้ก็ได้ผลไม่ดี เคล็ดลับคือเมื่อรู้สึกเหนื่อยใจแทบขาด ตาลืมไม่ขึ้น ให้งีบเลย ตื่นขึ้นมาสมองจะสดชื่นคิดอะไรได้ง่าย และใช้เวลาทำงานน้อยลง Work hard…

ดื่มน้ำอย่างไรให้ได้ประโยชน์เต็มที่

ใน 1 วัน เพื่อนๆ ดื่มน้ำกันได้วันละกี่แก้ว ให้นับเฉพาะน้ำเปล่านะ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำนม ไม่นับรวม… รู้ๆ กันอยู่ ใน 1 วัน ต้องดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 8-10 แก้ว แล้วรู้มั๊ย…ว่าควรดื่มเวลาไหนยังไง   6.00 น. 1 แก้ว สำหรับเวลาเช้า หลังตื่นนอนและก่อนที่จะแปลงฟัน น้ำอุ่นเหมาะที่สุด เพราะจะช่วยล้างลำไส้ และช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียทำงานเป็นปกติ 9.00 – 11.00 น. 2 แก้ว สำหรับเวลาสายๆ ระบบของร่างกายได้ทำงานไปช่วงเวลาหนึ่งเเล้วก็จะเริ่มมีของเสียเกิดขึ้น ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำเข้าไปเพื่อให้ร่างกายขับของเสียนั้นออกซะ 12.00 น. ไม่ควรดื่มน้ำ ก่อนและหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ…

5 เคล็ดไม่ลับ ในการเร่งการเผาผลาญอาหาร

  ข้อดีของการที่ร่างกายมีระบบเผาผลาญอาหารที่ดี จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มช้า สามารถควบคุมน้ำหนักได้ดี ที่สำคัญทำให้การลดน้ำหนักทำได้เร็วขึ้น สำหรับคนที่มีอัตราการเผาผลาญอาหารต่ำ อย่าเพิ่งถอดใจ HealthLover.net มีเคล็ดลับ 5 ข้อที่จะทำให้การเผาผลาญอาหารของท่านดีขึ้น 1. รับประทานอาหารเช้า อย่างสม่ำเสมอ เพราะอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการจะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น 2. โปรตีนในเนื้อปลาและไข่ขาว จะช่วยในการหลั่งฮอร์โมนกลูคากอน (Glucagon) ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งสัญญาณให้เซลล์ไขมันทำการปล่อยไขมันเข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงาน 3. รับประทานอาหารให้บ่อยขึ้น โดยรับประทานมื้อเล็กๆ เน้นทานผักให้มากในแต่ละมื้อ และรับประทานอาหารให้บ่อยขึ้น การรับประทานอาหารบ่อยๆ จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหารทำงานได้ดีขึ้น 4. ดื่มน้ำ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพราะน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญอาหาร 5.ออกกำลังกาย เนื่องจากระบบเผาผลาญของร่างกายจะทำงานมากขึ้น ในขณะที่กล้ามเนื้อถูกใช้งาน