Health Lover Rotating Header Image

ง่วงนอน

ไฮโปไกลซีเมีย (HYPOGLYCEMIA) โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง

หากมีอาการง่วงนอนมากๆในตอนเช้า แถมยังรู้สึกอ่อนเพลีย อยากนอนอยู่ตลอดเวลาทั้งๆที่ตอนกลางคืนก็นอนมาอย่างเต็มอิ่ม นั่นอาจเป็นอาการของโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือ ไฮโปไกลซีเมีย(HYPOGLYCEMIA) ก็เป็นได้

อ่อนเพลียเรื้อรัง

ภาพประกอบจาก pastorerickson.com

โรคไฮโปไกลซีเมีย  หรือที่มักเรียกกันว่า  โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือ โรคฮิตของคนเมืองยุคใหม่    โรคนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์แต่อย่างใด แต่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของการดำรงชีวิตแบบผิดๆของคนเรา  ซึ่งในบางครั้งอาจเรียกกันว่าเป็นโรคภาวะน้ำตาลกลูโคส (Glucose) ในเลือดต่ำ   ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกไร้เรี่ยวแรงตลอดทั้งวัน

ซึ่งพฤติกรรมที่ทำให้เรามีอาการไฮโปไกลซีเมีย  เช่น การบริโภคอาหารจำพวกแป้งขัดขาว น้ำตาล อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม พิซซ่า หรือขนมหวานมากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น  หลังจากนั้นตับอ่อนก็จะผลิตอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้ลดต่ำลง พอระดับน้ำตาลลดลงไม่เท่าไหร่ เราเกิดรับประทานอาหารจำพวกนี้เข้าไปอีก น้ำตาลในเลือดก็สูงขึ้นมาอีกแล้ว ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมาลดน้ำตาลอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นแล้วลงต่ำสลับกันไปตลอดเวลา ซึ่งทุกครั้งที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงเราก็จะมีอาการอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ  ผสมกับการนอนไม่หลับ  ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว  ระบบขับถ่ายต่าง ๆ รวนไปหมด
นอกจากเรื่องการกินที่ผิดๆนั้นแล้ว  ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมอันเป็นพิษ ความเครียด ความรีบเร่ง ความยุ่งเหยิงในการดำเนินชีวิตที่ต้องทุกอย่างแข่งขันกับเวลา การนอนดึก ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เมื่อยล้า เหนื่อยได้ง่าย ๆ และยิ่งถ้าหากต้องทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ยิ่งซ้ำเติมให้เจ็บป่วยหนักขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียหรือมีอาการของโรคไฮโปไกลซีเมีย เราควรปรับพฤติกรรมดังนี้

  1. ปรับพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหาร โดยการงดเติมน้ำตาลในอาหาร หรือเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลมาก รวมทั้งอาหารฟาสต์ฟู้ดด้วย
  2. ควบคุมอารมณ์ไม่ให้เครียด เพื่อไม่ให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน ไปกระตุ้นให้ผนังลำไส้ขับกรดออกมามาก จนเกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นแล้ว ความเครียด ยังนำไปสู่โรคต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งยังทำให้นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลงอีกต่างหาก
  3. ไม่ควรทานอาหารหนักๆหรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนก่อนนอน  เพราะจะทำให้หลับยาก ยิ่งทำให้รู้สึกอ่อนเพลียมากขึ้น
  4. ฝึกสมาธิ เพื่อควบคุมจิตใจให้สงบ และผ่อนคลายความเครียด
  5. ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อจะทำให้หลับง่ายและหลับสบายยิ่งขึ้น
  6. เลี่ยงสภาพแวดล้อมที่จะทำให้เครียด ซึมเศร้า
  7. พยายามเข้านอนแต่หัวค่ำ
  8. ในบางรายที่เป็นมาก อาจต้องปรึกษาแพทย์ และอาจรับประทานวิตามินบีเสริมเพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้า

5 วิธี คืนพลังชีวิตด้วยการหลับ(ลึก)

ความสำคัญของการนอนคือต้องหลับสนิทและหลับลึก
หากหลับสนิทได้ การนอนแค่วันละ 5-6 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

ภาพประกอบจาก sodahead.com

5 วิธี คืนพลังชีวิตด้วยการหลับ

1. ออกกำลังกายตอนเช้า = ยาวิเศษ

การออกกำลังกายที่ถูกต้องและได้ผลดีที่สุด คือการออกกำลังกายในตอนเช้าอย่างต่อเนื่อง นานอย่างน้อย 30 นาที
ให้หัวใจเต้นแรงถึงจุดพีค ซึ่งจะทำให้โกร๊ธฮอร์โมน (Growth Homone) หลั่ง ฮอร์โมนตัวนี้เปรียบเสมือน “ยาวิเศษ”
ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงและเพิ่มภูมิชีวิตให้เรา การออกกำลังกายตอนเย็น จะทำให้ร่างกายตื่นตัว และมีผลทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน

2.เลิก ชา กาแฟ และ แอลกอฮอล์ = ยานอนหลับ

การดื่มชา กาแฟ หรือ แอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากในเครื่องดื่มเหล่านี้จะมีส่วน
ผสมของสารคาเฟอีน มีผลกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ทำให้ไม่รู้สึกง่วงนอน และเป็นที่มาของอาการนอนไม่หลับ

3. ลดความกังวล = ยาคลายเครียด

เนื่องจากความเครียดมีผลทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล และ อะดรีนาลิน ซึ่งเป็นสาเหตุ
ทำให้นอนไม่หลับ หรือนอนหลับได้ยาก หลายๆ ท่านที่พบความผิดปกติของสุขภาพ บางคนเครียดจนกินไม่ได้
นอนไม่หลับ หากยิ่งตกใจหรือเป็นทุกข์ไปกับโรคภัย ท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรดีขึ้น กลับทำให้สุขภาพของเราแย่ลงอีก
ดังนั้นเวลามีปัญหาหรือรู้สึกไม่สบายใจ ควรให้ตัวเองอยู่กับธรรมชาติ ปล่อยความรู้สึกให้ผ่อนคลายไปกับการดูนก
ดูต้นไม้ หรือตามดูจิตของตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่เก็บปัญหาไปรบกวนจิตใจก่อนนอน

4.ไหว้พระก่อนนอน = วิตามินเสริมสร้างความสดใส

เมื่อถึงเวลานอน ควรทำใจให้สบาย ไหว้พระสวดมนต์ ตั้งจิตระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขณะล้มตัวลงนอน เพียงเท่านี้จิตใจของ
เราก็พร้อมแล้วสำหรับการนอน เมื่อจิตใจสบาย ไร้ซึ่งรบกวนใดๆ การนอนหลับจึงทำได้ง่ายขึ้น
และดำเนินไปอย่างเต็มประสิทธิภาพจนถึงเช้า

5.รักษาความสะอาดของห้องนอน = วิตามินเสริมต้านโรค

ควรออกแบบห้องนอน ให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี จัดห้องนอนให้โล่ง กว้าง ไม่วางของใช้ที่ไม่จำเป็น
และทำความสะอาดทุกวัน เพื่อหลีกเลี่ยงอาการของโรคภูมิแพ้