ความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นโรคที่คนปัจจุบันเป็นกันมาก และคนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่รู้ตัวว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง แต่ถ้าหากปล่อยให้เป็น โรคความดันโลหิตสูง ไปนานๆก็อาจจะนำมาซึ่งโรคร้ายอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย โดยปกติแล้วเราทุกคนจะมีความดันโลหิต ที่จะคอยผลักดันเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอัตราปกติหัวใจของคนเราจะเต้นอยู่ประมาณ 60-80 ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัวและลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ซึ่ง โดยปกติคนจะมีระดับความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท ถ้าหากเรามีความดันโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง แต่ความดันโลหิตของคนเราจะไม่เท่ากันตลอดเวลา เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อม ท่าทาง อากัปกิริยา เช่น หากวัดความดันโลหิตในท่านอน จะมีค่าสูงกว่าท่ายืน  รวมทั้งช่วงเวลาระหว่างวัน จิตใจ อารมณ์ ความเครียด…

โรคอ้วน

ปกติแล้วร่างกายของเราทุกคนจะมีไขมันไว้เพื่อสำรองเป็นอาหาร ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เป็นเบาะกันกระแทก แต่ถ้าหากมีมากเกินไปคือโรคอ้วน เราทุกคนรู้กันเป็นอย่างดีว่าความอ้วน คือปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่นำพาคนเราไปสู่ความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากที่สุด  เมื่อเทียบกับโรคภัยระบาดต่างๆตามฤดูกาลที่เกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและเชื้อโรคต่างๆ  ซึ่งอาจเรียกได้ว่าโรคร้ายที่เกิดจากการสะสมพอกพูนของไขมัน ทำให้เกิดโรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจชนิดต่าง ๆ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วนเป็นภาวะทางสุขภาพที่เป็นปัญหาอย่างมากในสังคมปัจจุบันนี้ และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยเรา มีประชากรที่ป่วยเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นมาก จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจพบว่า ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยเป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้น โดยเพศชายพบว่าเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 36% เพศหญิงเพิ่มขึ้น 47% โดยช่วงวัยทำงาน อายุระหว่าง 20-29 ปีจะมีอัตราเพิ่มของโรคอ้วนมากที่สุด สาเหตุของโรคอ้วน 1. กรรมพันธุ์ 2. การดำเนินชีวิตประจำวัน คือ การดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันเป็นชีวิตที่รีบเร่งทำให้ไม่ค่อยได้สนใจเกี่ยวกับอาหารการกิน…

ไมเกรน (Migrain)

อาการปวดศีรษะเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย  ทั้งจากโรคของสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง การอักเสบของเส้นประสาท และจากปัจจัยภายนอก เช่น ความดันโลหิตสูง ความเครียด เป็นต้น  ซึ่งโรคไมเกรน(migrain) เป็นโรคปวดศีรษะชนิดหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคได้ แต่เชื่อกันว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทที่หลอดเลือดแดงบริเวณศีรษะ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะรู้ดีว่า โรคนี้เรื้อรัง ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ก็มียาที่ใช้รักษาและป้องกันการเกิดอาการได้ อาการโดยทั่วไปของโรคไมเกรน คือ  ปวดศีรษะและมักจะปวดข้างเดียว อาจจะสลับซ้ายขวาได้ ลักษณะปวดเป็นแบบตุ๊บๆ  มีน้อยรายที่จะปวดพร้อมกันสองข้าง และหลังจากมีอาการปวดศีรษะอาจมีอาการคลื่นไส้ ถ้าเป็นมากจะอาเจียน ซึ่งโดยมากจะมีสิ่งที่กระตุ้นทำให้ปวดศีรษะได้แก่ แสงจ้า เย็นหรือร้อนจัด เสียงดัง แม้จะไม่มีข้อยืนยันชัดเจนว่ามีอาหารประเภทใดบ้างที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรน แต่ในทางการแพทย์มีข้อยืนยันว่า “ความเครียดหรือการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรน” จึงทำให้นักวิจัยเชื่อว่า อาหารหลายประเภทดังต่อไปนี้ สามารถกระตุ้นอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรนได้ เช่น  ช็อกโกแลต (Chocolate)…

เครียด…คืออะไร?

ในแต่ละวัน เราต้องทำอะไรหลายๆอย่าง มีเรื่องให้วิตกกังวล หรือมีปัญหาต่างๆ มากมายที่ต้องให้คิด เป็นสาเหตุให้เกิด “ความเครียด” ซึ่งความเครียดเป็นภาวะของอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลต้องเผชิญ กับปัญหาต่างๆ และทำให้รู้สึกถูกกดดัน ไม่สบายใจ วุ่นวายใจ กลัว วิตกกังวล ตลอดจนถูกบีบคั้น เมื่อบุคคลรับรู้หรือประเมินว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นสิ่งที่คุกคามจิตใจ หรืออาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จะส่งผลให้สภาวะสมดุลของร่างกายและจิตใจเสียไป ผลจากปฏิกิริยาตอบสนองที่มีต่อความเครียด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวบุคคลนั้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านร่างกาย ในภาวะที่บุคคลมีความเครียด จะเป็นผลให้เกิดอาการทางกายหลายอย่างแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล ไม่ว่าจะเป็นอาการหน้ามืด  เป็นลม เจ็บหน้าอก ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน โรคอ้วน แผลในกระเพาะอาหาร  ซึ่งหากเกิดอาการเครียดอย่างรุนแรงอาจส่งผลให้เกิดอาการช็อก และเสียอาจเสียชีวิตได้ 2.  ด้านจิตใจและอารมณ์…

หอมหัวใหญ่ เครื่องเทศสารพัดประโยชน์

หอมหัวใหญ่ กลิ่นหอมฉุน พืชผักที่เราพบเห็นได้ทั่วไป มีคุณประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้ามมากมาย ทั้งคุณค่าทางสารอาหาร ที่มีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญทั้ง วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1และ บี 2 อีกทั้งยังมีเหล็ก ฟอสฟอรัส สังกะสี การรับประทานหอมหัวใหญ่ จะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เพราะหอมหัวใหญ่จะไปช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย ขับปัสสาวะ เพราะหอมหัวใหญ่จะไปช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ขับปัสสาวะ ขับของเสียในร่างกาย ที่สำคัญทำให้นอนหลับสบาย ต้านโรคหวัด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากสารฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ จะไปขัดขวางไม่ให้ไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือด รู้แบบนี้แล้ว ใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ เป็นหวัดบ่อย ลองหาโอกาสรับประทานหอมหัวใหญ่ดูนะคะ เื่พื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง