ใส่ใจสุขภาพ ปัสสาวะบ่อย ตอนกลางคืน อย่าชะล่าใจ

การขับถ่ายปัสสาวะถือเป็นเรื่องปกติของแต่ละคน ซึ่งไตจะทำหน้าที่ในการกลั่นกรองและขับของเสียออกจากร่างกายโดยผ่านกระบวนการทำงานของระบบปัสสาวะ และมีกระเพาะปัสสาวะคอยทำหน้าที่ในการเก็บกักปัสสาวะ เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็ม จะทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะและต้องไปถ่ายปัสสาวะ โดยปกติแล้วกระเพาะปัสสาวะของผู้ใหญ่ จะมีความจุประมาณ 400 – 500 cc เมื่อพิจารณาถึงปริมาณน้ำปัสสาวะที่ร่างกายผลิตในแต่ละวัน ผู้ใหญ่ จะถ่ายปัสสาวะประมาณ 4 – 6 ครั้ง/วัน แต่ในเวลากลางคืนเป็นช่วงของการ พักผ่อน นอนหลับ ไม่มีการดื่มน้ำหรือเครื่องดื่ม จึงทำให้ช่วงเวลากลางคืนจะมีระยะของการถ่ายปัสสาวะห่างออกไป ประกอบกับสมองกำลังอยู่ในช่วงการพัก จะต้องใช้การกระตุ้นจากกระเพาะปัสสาวะที่เต็มส่งการเตือนขึ้นไปยังสมองในระดับที่รุนแรง จึงจะทำให้ตื่นขึ้นมาถ่ายปัสสาวะ ทำให้โดยปกติจะต้องตื่นมาถ่ายปัสสาวะคืนละ 1 ครั้ง บางคนอาจจะไม่ต้องตื่นเลยหากถ่ายปัสสาวะก่อนนอนแล้ว แต่อย่างไรก็ตามในวัยสูงอายุอาจจะถ่ายปัสสาวะคืนละ 2 ครั้งได้โดยไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด จำนวนครั้งของการถ่ายปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน มากกว่าคืนละ 2 ครั้ง ถือว่าผิดปกติ !! สาเหตุที่ทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน…

นาฬิกาชีวิต (Biological Clock)

มนุษย์ทุกคนมีความแตกต่าง ทั้งร่างกาย หน้าตา ผิวพรรณ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นพื้นฐานเหมือนกันนั่น คือ กระบวนการทำงานของร่างกาย 01.00-03.00 น.  เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้เป็นประจำในช่วงนี้ ตับจะหลั่งสารเมลาโทนิน (Melatonin)   เพื่อฆ่าเชื้อโรคทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย อาหารบำรุง   :  อาหารที่ช่วยล้างพิษ  เช่น  งา  น้ำผลไม้  และน้ำสะอาด 03.00-05.00 น.  เป็นช่วงเวลาของปอด จึงควรตื่นนอนลุกขึ้นเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์  ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำ ปอดจะดี ผิวดีขึ้น และจะป็นคนที่มีอำนาจในตัว คนที่มีปัญหาเรื่องปอดจะไม่ค่อยตื่นเวลานี้ อาหารบำรุง  :  อาหารจำพวกเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูง เช่น ส้ม ผักใบเขียว น้ำผึ้ง หอมใหญ่ 05.00-07.00  น. -เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระ…

นอนสบายได้สุขภาพ

ปกติคนเราควรได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอประมาณ 6-8 ชั่วโมง คือการนอนหลับรวดเดียวตลอดทั้งคืน การนอนหลับอย่างเพียงพอจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แล้วคุณล่ะได้พักผ่อนอย่างเพียงพอแล้วหรือยัง การนอนหลับ ต้องนอนบนที่นอนที่ได้มาตรฐาน ไม่ยุบบุ๋มลงไปหรือไม่แข็งเป็นไม้กระดาน และควรมีการรับประกันหลายปี ถ้าที่นอนนุ่มเกินไป นอนแล้วยุบเป็นรอยบุ๋ม จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตำแหน่งที่ยุบตัวนั้น และถ้าที่นอนแข็งเกินไปจะเกิดรอยกดเจ็บบริเวณที่เป็นกระดูก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับท่านอน ถ้านอนหงายจะกดบริเวณสะ บักกระเบนเหน็บถึงก้นกบ ถ้านอนตะแคงจะเจ็บบริเวณหัวไหล่ ขอบกระดูกเชิงกรานด้านข้าง ปุ่มกระดูกสะโพกด้านข้าง ปุ่มกระดูกหน้าแข้งท่อนเล็กด้านข้างใต้เข่าเล็กน้อย อาจเริ่มด้วยอาการชา หลังตื่นนอนสักพักก็หายเอง ถ้านอนบ่อยๆทุกวันก็อาจมีอาการปวดเมื่อยร่วมด้วย หรืออาจชาอยู่นานหลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือนก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ต้องรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป หลายคนโดยเฉพาะผู้หญิง สาเหตุเกิดจากการชอบเอาตุ๊กตาหรือสิ่งของอื่นมาวางเต็มที่นอน ซึ่งหากมีขนาดใหญ่ เมื่อนอนทับเป็นเวลานานจะทำให้ร่างกาย โดยเฉพาะตามแนวคอและหลัง ปวดเมื่อยหลังตื่นนอนคล้ายกับอาการคอตกหมอนหรือหลังยอกได้ นอกจากที่นอนแล้ว หมอน ที่ไม่รองรับสรีระกับท่านอนก็จะทำให้มีอาการปวดคอเรื้อรังได้ การรักษาต้องทำหลายวิธีและใช้เวลานาน แต่ถ้าเป็นทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โบราณเรียกว่าคอตกหมอน…

เลือดออกตามไรฟัน

ก่อนอื่นมารู้จักกับเหงือกของเรากันก่อนค่ะ เหงือกของคนเราที่เป็นอวัยวะที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงมากที่สุด แต่เหงือกก็เป็นเนื้อเยื่ออ่อนที่ทำหน้าที่สำคัญในการเคลือบกระดูกและฟัน โดยมีคุณสมบัติคล้ายเนื้อเยื่อที่เคลือบทางเดินอาหารอื่น เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ เพราะช่องปากเป็นส่วนต้นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร  ในขณะเดียวกัน เหงือกก็เปิดเผยต่อสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย โดยเหงือกจะมีโอกาสสัมผัสกับอาหาร อากาศ และแรงกระทบกระแทกต่างๆ โดยตรง คล้ายกับที่ผิวหนังสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกายอื่นๆ ดังนั้น ส่วนประกอบของเหงือก จึงไม่เหมือนกับเนื้อเยื่ออ่อนที่เคลือบ ระบบทางเดินอาหารอื่น โดยจะมีส่วนประกอบโปรตีนที่ให้ความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถทนทานต่อแรงกระทบจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้พอสมควร ดังจะเห็นได้ว่า เหงือกปกติที่สมบูรณ์ดีจะไม่ฉีกขาด หรือมีเลือดออกเมื่อเราขบเคี้ยวอาหารตามธรรมดา หรือแม้แต่แปรงฟันที่ไม่รุนแรงจนเกินไป สาเหตุ เชื้อแบคทีเรียและคราบฟันที่บริเวณร่องเหงือก หรือไรฟัน โรคจากเหงือก เหงือกอักเสบ มีอาการติดเชื้อ มักมีเลือดออกง่าย การบาดเจ็บจากการแปรงฟัน ที่แข็งหรือเยิน การใช้ไหมขัดฟันอย่างไม่ถูกวิธี ขาดวิตามินซี กลไกการเกิดลิ่มเลือดผิดปกติ การดูแลรักษาโดยทันตแพทย์ ทำความสะอาดล้างคราบแบคทีเรียที่อยู่ตามซอกฟัน ขูดหินปูน…

อันตรายจากอาหารจานด่วน

ทุกวันนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับ อาหารจานด่วน ที่ทั้งสะดวกสามารถทานได้ทุกที่ ประหยัดเวลาและง่ายต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ที่มีความเร่งรีบ คนจำนวนไม่น้อยที่หันมาเลือกอาหารจานด่วน เป็นตัวช่วยในการเพิ่มความรวดเร็ว แต่หารู้ไม่ว่านอกจากจะมีประโยชน์ในสังคมยุคนี้แต่ก็แฝงไปด้วยโทษมากมาย โดยทั่วไปแล้ว อาหารฟาสต์ฟู้ด (Fast food) ก็คือ อาหารจานด่วนที่หาง่าย รวดเร็ว รับประทานได้ทันที เป็นอาหารที่ทำง่าย โดยมีการเตรียมส่วนประกอบในการปรุงไว้เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของคุณค่าทางโภชนาการอาจจะมีครบ หรือไม่ครบขึ้นอยู่กับอาหารแต่ละชนิด ซึ่งอาหารประเภทหนึ่งของฟาสต์ฟู้ด (Fast food) ที่ถือว่าไม่ค่อยมีคุณค่าทางโภชนาการมากนักคือ จั๊งค์ฟู้ด (Junk Food) เช่น เบอร์เกอร์ ไก่ทอด มันฝรั่งทอด ฮอทดอก พิซซ่า โดนัท น้ำอัดลม ลูกอม ขนมขบเคี้ยว ที่มีส่วนประกอบหลักที่เต็มไปด้วย แป้ง ไขมัน…

ความดันโลหิตสูง (Hypertension)

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นโรคที่คนปัจจุบันเป็นกันมาก และคนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่รู้ตัวว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง แต่ถ้าหากปล่อยให้เป็น โรคความดันโลหิตสูง ไปนานๆก็อาจจะนำมาซึ่งโรคร้ายอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย โดยปกติแล้วเราทุกคนจะมีความดันโลหิต ที่จะคอยผลักดันเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอัตราปกติหัวใจของคนเราจะเต้นอยู่ประมาณ 60-80 ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขณะที่หัวใจบีบตัวและลดลงขณะที่หัวใจคลายตัว ซึ่ง โดยปกติคนจะมีระดับความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท ถ้าหากเรามีความดันโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็น โรคความดันโลหิตสูง แต่ความดันโลหิตของคนเราจะไม่เท่ากันตลอดเวลา เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อม ท่าทาง อากัปกิริยา เช่น หากวัดความดันโลหิตในท่านอน จะมีค่าสูงกว่าท่ายืน  รวมทั้งช่วงเวลาระหว่างวัน จิตใจ อารมณ์ ความเครียด…

เคล็ดลับสุขภาพดี ด้วย 7 วิธีง่ายๆ

1. สำรองผลไม้ในตู้เย็น ผักผลไม้นอกจากจะมีประโยชน์มากสำหรับคนที่กำลังไดเอทแล้ว การรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วยนะ 2. ดื่มน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ 3. เท้าเปล่าคลายเครียด การเดินเท้าเปล่าไปบนทรายหรือหญ้านุ่มๆ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เพราะเนื่องจากการเดินเท้าเปล่าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด 4. รับแสงแดดอ่อน ๆยามเช้า มีข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่าผู้หญิงที่ไม่ค่อยโดนแดดมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่มีแดด เนื่องจากแสงแดดช่วยสังเคราะห์วิตามินดีให้แก่ร่างกายของเรา แต่การโดนแดดจัดในช่วงบ่าย ๆ ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ดังนั้นควรรับแดดอ่อน ๆ ในช่วงเย็นจะดีกว่า 5. รับประทานโฮลวีต สำหรับมื้อว่างยามบ่ายแทนที่จะไปคว้าเค้กช็อกโกแลตหรือขนมคบเคี้ยวต่างๆซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยแคลอรี่ ควรเปลี่ยนมาทานขนมปังโฮลวีตหรือธัญพืชจะดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยรู้สึกมีกำลังวังชาแล้วยังไม่อ้วนอีกด้วยล่ะ 6. เดินไวช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายแต่ยังห่วงใยสุขภาพของตัวเองอยู่ การเดินให้ไวขึ้นอีกนิด โดยอาจใช้เวลาเดินในช่วงเช้าหรือหลังเลิกงาน เดินไปที่ป้ายรถเมล์สักสามสี่ป้ายหรือเดินขึ้นลงบันไดให้ได้วันละ 20…

กินผลไม้ต้านสิว

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกาย และในประเทศของเราก็มีผลไม้มากมาย หลายชนิด ให้เลือกรับประทานได้ตลอดทั้งปี ผลไม้เหล่านี้ เมื่อเรานำมาปรนนิบัติผิวของเรา จะได้ประโยชน์ตามที่เราต้องการดังนี้ค่ะ 1. มะขามเปียก เป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน หญิงสาวสมัยก่อนนิยมนำมาขัดผิวให้ขาว โดยนำมะขามเปียกมาแช่น้ำและขัดผิว มะขามเปียกจะช่วยบำรุงผิวให้ขาวเนียน ช่วยลดรอยฝ้าจุดด่างดำต่างๆ 2. กล้วยหอม นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้แล้ว นำกล้วยหอมมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้า จะช่วยให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาได้ คนที่มีผิวหน้าแห้งมาก ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้ เพราะผิวไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงสิว เมื่อเป็นสิว จะทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย    3. ทุเรียน สาวๆบางคนอาจจะไม่ชอบกลิ่นของมันเพราะแรงเกินไป แต่ทุเรียนสามารถลดสิวเสี้ยนได้ 4. มะม่วงสุก นำมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้า ก็จะช่วยลดปัญหาสิวและฝ้าได้ 5. กล้วยน้ำว้าสุก กล้วยน้ำว้าสุกนอกจากจะสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายแล้ว ยังนำมาพอกหน้าได้ จะช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น…

ความรู้ เกี่ยวกับเริม

เมื่อร่างกายเข้าสู่สภาวะอ่อนแอ มีความร้อนสูงอยู่ภายในและภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง มักเกิดขึ้นเมื่อเกิดภาวะเครียดหรือพักผ่อนน้อยเป็นระยะเวลานาน เป็นสัญญาณเตือนของร่างกายให้เราลดภาระงานลงก่อน พักผ่อนดูแลร่างกายให้มากขึ้น เริมเกิดขึ้นได้อย่างไร โรคเริม เป็นโรคติดเชื้อที่บริเวณผิวหนังและเยื่อบุบริเวณปากและอวัยวะเพศ เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า เฮอร์ปีซิมเพลกซ์ (Herpes simplex virus) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ 1.เฮอร์ปีซิมเพลกซ์ 1 Herpes simplex virus 1 (HSV-1) ถ้าติดเชื้อนี้แล้วมักจะเกิดอาการโรคบริเวณปากและผิวหนังเหนือสะดือขึ้นไป เกิดที่ปากเรียก Herpes labialis โรคนี้ไม่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 2.เฮอร์ปีซิมเพลกซ์ 2 Herpes simplex virus 2 (HSV-2)  มักเกิดบริเวณอวัยวะเพศและติดต่อโดยเพศสัมพันธ์เรียก Herpes genitalis ซึ่งทุกๆคนจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้ได้ทั้งนั้น เพราะเชื้อไวรัสเริมติดต่อทางการสัมผัสโดยตรงกับผู้ได้รับเชื้อที่มีแผลถลอกอยู่ โดยเจ้าเชื้อนี้สามารถเคลื่อนผ่านรอยแตกเล็กๆ บริเวณผิวหนัง หรือเยื่อบุผิวที่ชุ่มชื้นบริเวณริมฝีปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก ทำให้เชื้อเริมเข้าไปได้ การรักษา โดยทั่วไปแล้ว โรคเริมจะสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา…

กินอาหารตามกรุ๊ปเลือดเพื่อสุขภาพ

การเลือกกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งต่อสุขภาพร่างกาย เพราะเป็นอาหารที่เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือด สร้างสมดุลให้กับร่างกาย มีระบบภูมิต้านทานและระบบย่อยอาหารที่ดี  ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักและ คงความอ่อนเยาว์อีกด้วย การกินตามกรุ๊ปเลือด เป็นหนึ่งในศาสตร์แพทย์ทางเลือกที่นิยม โดยเฉพาะจาก Dr.Peter J.D’adamo  ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด กล่าวว่า  เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน แต่จะมี แอนติเจนเป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียว และจับเกาะติดเลือดเรียกว่า “เล็คติน” ถ้าการกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นจะเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน  ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย โดยจำแนกอาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดต่างๆไว้ ได้แก่ กรุ๊ป A นักมังสวิรัติ คนเลือดกรุ๊ปนเอส่วนใหญ่จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ดี เลือดค่อนข้างเหนียวข้น เมื่อรับประทานเนื้อสัตว์และไขมันเข้าไปจะยิ่งเพิ่มความข้นของเลือดทำให้เลือดไหลเวียนช้า หัวใจก็ทำงานหนักมากขึ้น และมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งและเบาหวาน …