ยาลดความอ้วน
ภาพประกอบจาก women.upyim.com

ความอ้วนถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “สิ่งน่ารังเกียจ” คนอ้วนมักถูกล้อเลียนและเหยียดหยามมากกว่าคนผอม หรือแม้แต่ในวงการแพทย์ ความอ้วนก็กลายเป็นเรื่องน่ารังเกียจเพราะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้ผู้คนไม่อยากอ้วน และลดความอ้วนด้วยวิธีต่างๆนานา  จนบางคนที่อยากผอมอย่างรวดเร็วจนไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและหันมาพึ่งทางลัดอันตรายอย่างยาลดความอ้วน  ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายและผลเสียต่อร่างกายตามมาอย่างมากมาย

ยาลดความอ้วนนั้นมีหลายชนิด ซึ่งอาจจะแบ่งได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

1.เป็นยาลดความอ้วนในรูปแบบของยาระบาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยาประเภทนี้ไม่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก เพราะเป็นเพียงยาถ่ายที่ช่วยขับถ่ายน้ำหรือของเสียในร่างกายออกมาซึ่งไม่มีผลต่อไขมันแต่อย่างได แต่เมื่อใช้ติดต่อกันไปนานๆ จะทำให้ลำไส้ไม่สามารถบีบตัวและขับถ่ายเองได้ ทำให้ท้องผูกเรื้อรัง และอาจสูญเสียเกลือแร่บางอย่างทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

2.เป็นยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของสารกดประสาท ซึ่งจะทำให้ไม่รู้สึกอยากทานอาหารและอิ่มเร็ว แต่เนื่องจากยาประเภทนี้ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดผลแทรกซ้อนค่อนข้างมาก เช่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หงุดหงิด ใจสั่น ปากแห้ง  ถ้าหากยิ่งใช้นานไปจะพบว่ามีอาการติดยา เมื่อไรที่หยุดทานยาก็จะควบคุมพฤติกรรมการทานอาหารไม่ได้ และกลับไปทานอาหารมากกว่าเดิมเสียอีก  และผู้ที่ใช้ยาประเภทนี้ส่วนใหญ่หากจะกลับไปใช้ยาอีกจะต้องเพิ่มความรุนแรงของยามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดอาการดื้อยา ใช้ยาชนิดไหนน้ำหนักก็ไม่ลด และที่แย่กว่านั้นคือจะมีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัว หรือที่เราเรียกกันว่า “โยโย่” นั่นเอง

เมื่อรู้ถึงอันตรายของยาลดความอ้วนแล้ว ควรหันมาลดน้ำหนักแบบรักตัวเองกันดีกว่า ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือการควบคุมอาหารพร้อมกับการออกกำลังกาย นอกจากน้ำหนักจะลดแล้ว ยังช่วยกระชับสัดส่วนให้สมส่วน ไม่เหี่ยวไม่ย่น และไม่โทรมเหมือนการใช้ยาลดน้ำหนักอีกด้วย

 

อันตรายจากยาลดความอ้วน