“ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%” คงเป็นประโยคที่เราทุกคนเคยได้ยินกันบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้เรารู้ว่าน้ำมีความสำคัญต่อชีวิตของเราเป็นอย่างมาก

น้ำ
ภาพประกอบจาก vanvick.wordpress.com

ปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญ  เพราะน้ำในร่างกายเรานั้นมีหน้าที่มากมาย ทั้งช่วยย่อยอาหาร ละลายสารอาหารและออกซิเจน เพื่อขนส่งให้เซลล์ต่าง ๆ นับล้าน ๆ เซลล์ทั่วร่างกาย ช่วยให้หัวใจทำงานได้ปกติ ใบหน้าชุ่มชื้นดูมีเลือดฝาด ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงร่างกาย ละลายสารพิษเพื่อขับออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณสดใสไม่แห้งกร้าน ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้สะดวก

เนื่องจากในแต่ละวันร่างกายของเราจะสูญเสียน้ำประมาณ 2,500 มิลลิลิตรต่อวัน ดังนั้นเราจึงต้องดื่มน้ำสะอาดบริสุทธิ์เข้าไปชดเชยประมาณ 1,500-2,000 มิลลิลิตร แต่ไม่ควรดื่มน้ำผลไม้ น้ำอัดลม ชา กาแฟ  แทนน้ำเปล่าเพราะไตต้องทำงานหนักในการคัดสารปรุงแต่งที่ไม่มีประโยชน์ทิ้ง แถมคาเฟอีนในเครื่องดื่มยังกระตุ้นให้ร่างกายขับน้ำออก ซึ่งจะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนวิธีที่ถูกต้องในการดื่มน้ำ คือค่อยๆ จิบไปตลอดทั้งวัน การดื่มรวดเดียวทีละมากๆ ก็เหมือนกับการเทน้ำทิ้งลงท่อเพราะร่างกายยังไม่ทันดูดซึมก็ถูกกำจัดทิ้งไปพร้อมปัสสาวะแล้ว

ถ้าหากในแต่ละวันเราดื่มน้ำน้อยเกินไป ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เพราะร่างกายต้องดึงน้ำจากส่วนต่าง ๆ มาใช้โดยที่เราไม่รู้ตัว ส่งผลให้เลือดข้น ระบบไหลเวียนของเหลวในร่างกายผิดปกติ ผิวพรรณหยาบกร้าน ไตทำงานหนัก ส่งผลให้ปวดศีรษะ เป็นตะคริว ความดันสูง เกิดอาการบวมน้ำ เป็นต้น

วิธีสังเกตง่ายๆ ว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ให้ดูปัสสาวะ หากมีสีจางใสและมี
ปริมาณมากแสดงว่าน้ำในร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลแล้ว แต่ถ้าหากปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มและมีปริมาณน้อย แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไป

 

น้ำกับชีวิต…