ผู้ที่มีอาการท้องผูกมักจะมีความรู้สึกไม่สบายท้อง ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อยด้วย ซึ่งเวลาเข้าห้องน้ำต้องออกแรงเบ่งมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติของระบบขับถ่าย เป็นริดสีดวงทวาร หรือแม้กระทั่งไส้ติ่งอักเสบ ที่สำคัญ อาการท้องผูกมักเป็นอาการหนึ่งเมื่อระบบลำไส้ใหญ่มีความผิดปกติ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงลำไส้ เป็นต้น

ท้องผูก
ภาพประกอบ holistichubs.com

ท้องผูก (Constipation) คือ อาการถ่ายอุจจาระลำบาก ซึ่งส่วนใหญ่มักร่วมด้วยการมีอุจจาระแข็ง ซึ่งในตอนที่กากอาหารเคลื่อนมาถึงลำไส้ใหญ่ใหม่ๆนั้นจะยังค่อนข้างเหลวและมีน้ำอยู่มาก สำไส้ใหญ่จะดูดน้ำและสารบางอย่างกลับเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้อุจจาระแห้งขึ้นและเป็นรูปร่างหรือเป็นก้อนมากขึ้น ถ้าอุจจาระค้างอยู่ในลำไส้นานๆ หรือในกรณีที่ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ น้ำในลำไส้ใหญ่จะถูกดูดกลับมากขึ้น ทำให้อุจจาระแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งอาการท้องผูกอาจเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ  ส่วนใหญ่มาจากการมีพฤติกรรมการกิน การขับถ่ายและการใช้ชีวิตประจำวันผิดๆ ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีดังนี้

  1. ดื่มน้ำมาก  กินผักผลไม้ทั้งสดและแห้ง หรืออาหารที่มีกากใยมาก ๆ รวมทั้งข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ถั่ว ฟักทอง ข้าวโพด เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มเส้นใยช่วยการขับถ่ายได้ดี
  2. เวลากินอาหารควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด หรือกินมะละกอสุกก่อนอาหาร และดื่มน้ำตามมากๆ จะทำให้ถ่ายง่ายขึ้น
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ประมาณ 20-30 นาที เพื่อกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารและกล้ามเนื้อหลัง ซึ่งจะช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวดีขึ้น
  4. ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา  ไม่ควรกลั้นอุจจาระจนติดเป็นนิสัย  อย่ากลั้นอุจจาระ และควรเข้าห้องน้ำทุกครั้งที่รู้สึกปวด
  5. ถ้าท้องผูกจนต้องเบ่ง และทำให้รู้สึกไม่สบาย อาจทำให้อุจจาระนุ่มลง โดยใช้ยาเหน็บกลีเซอรินสอดเข้าทางทวารหนัก แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ทันที

เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพียงเล็กน้อย ก็สามารถช่วยให้เราไม่อึดอัดเวลาท้องผูก และช่วยให้สุขภาพดีขึ้นด้วย

ท้องผูก (Constipation)